สมเด็จพระนเรศวร ภาค 5 ตอน ยุทธหัตถี

ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 5 ในชื่อตอน ยุทธหัตถี นั้น รอคอยมานานจากภาคที่แล้ว

ผู้กำกับ : หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
นักแสดง : พ.ท. วันชนะ สวัสดี, พ.ท. วินธฃ, นพชัย ชัยนาม , ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ , ฉัตรชัย เปล่งพานิช , จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ , อินทิรา เจริญปุระ , เกรซ มหาดำรงค์กุล


 

เรื่องย่อ...
กรุงศรีอโยธยาว่างเว้นจากการทาศึกกับหง สาวดีมาเป็นเวลาถึง ๓ ปีเต็ม ระหว่างนั้นพระมหาธรรมราชาทรงประชวรและเสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งกรุงศรีอโยธยา เมื่อพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงเห็นว่าไทยกาลังผลัดเปลี่ยนแผ่นดินใหม่ บ้านเมืองยังคงวุ่นวายอยู่ จึงทรงให้พระมหาอุปราชจัดทัพหลวงยกลงมายังกรุงอโยธยาโดยพลัน...... สมเด็จพระนเรศทรงทราบข่าว จึงยกทัพไปตั้งมั่นรอรับศึกที่สุพรรณบุรี ในคืนนั้นทรงสุบินว่าได้สู้กับพญากุมภี และได้ฆ่าพญากุมภีตาย โหรหลวงทานายว่าจะทรงได้ชัยเหนือแม่ทัพใหญ่ของข้าศึก......



เช้าวันรุ่งขึ้น กองทัพหน้าของอโยธยาปะทะกับทัพหลวงของหงสาวดี แต่ด้วยไพร่พลที่น้อยกว่า ทำให้ทัพหน้าของอโยธยาถูกตีร่นถอยมา สมเด็จพระนเรศทรงเห็นว่าถ้ายกทัพหลวงไปช่วยปะทะโดยตรง อาจจะเสียขบวนตามกันไป จึงทรงวางอุบายแบ่งทัพหลวงเป็นสองส่วน ตั้งซุ่มรอทัพพม่าเป็นสองด้านหมายทาศึกกระหนาบ แล้วส่งม้าเร็วไปบอกกองทัพหน้าให้แกล้งถอยร่นลงมา กองทัพหงสาวดีเห็นว่าทัพหน้าของอโยธยาแตกพ่ายไม่เป็นขบวน จึงไล่ตามมาอย่างย่ามใจ สมเด็จพระนเรศจึงนาทัพหลวงเข้าตีขนาบ ไล่ฆ่าฟันทหารพม่าล้มตายเป็นจานวนมาก กองทัพหงสาวดีเห็นว่าหลงกลศึกของทหารอโยธยาจึงถอยหนี ทหารอโยธยาไล่ตามเข้ารบพุ่งตะลุมบอนจนฝุ่นตลบ จนไม่เห็นว่าใครเป็นใคร ช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศและพระเอกาทศรถได้ไล่ตามข้าศึกไปอย่างเมามัน จนตกเข้าไปอยู่ในวงล้อมของข้าศึก


เมื่อฝุ่นจางลง สมเด็จพระนเรศทรงตระหนักว่าได้เข้ามาอยู่ท่ามกลางวงล้อมของทหารหงสาวดีนับ แสน มีเพียงช้างพระที่นั่งของพระองค์และพระเอกาทศรถ อีกทั้งทหารติดตามพระองค์เพียงกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ในขณะนั้นได้ทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชยืนช้างพระที่นั่งอยู่ในร่มไม้ ด้วยความที่ทรงมีพระสติมั่นคง ไม่หวั่นเกรงต่อภยันตรายใดๆ จึงทรงไสช้างเข้าไปเบื้องหน้าและรับสั่งกับพระมหาอุปราชว่า เชิญเจ้าพี่เสด็จออกมาทายุทธหัตถีกันด้วยวิถีทางของนักรบเถิด กษัตริย์ในภายภาคหน้าที่จะได้ชนช้างอย่างเราจะไม่มีอีกแล้ว พระมหาอุปราชก็ทรงมีขัตติยะมานะ ด้วยทรงมีเชื้อสายกษัตริย์นักรบเช่นกัน จึงทรงไสช้างเข้ากระทาการยุทธหัตถีกับสมเด็จพระนเรศ
แต่ด้วยเจ้าพระยาไชยานุภาพช้างพระที่นั่ง ของสมเด็จพระนเรวศวรมีขนาดเล็กกว่าช้างพระที่นั่งของพระมหาอุปราช จึงได้แต่ตั้งรับ พระมหาอุปราชไสช้างพระที่นั่งโถมเข้าใส่ ทรงเงื้อพระแสงของ้าวฟันลงที่สมเด็จพระนเรศ ถูกพระมาลาบิ่นไป เมื่อเจ้าพระยาไชยานุภาพได้ทีสลัดหลุด จึงใช้งางัดช้างพระที่นั่งของพระมหาอุปราชจนเซไป เจ้าพระยาไชยานุภาพเป็นฝ่ายหันมาได้ล่าง พระนเรศใช้พระแสงของ้าวฟันลงที่พระมหาอุปราชถึงขาดสะพายแล่ง สิ้นพระชนม์ลงบนคอช้าง ทหารหงสาวดีเห็นพระมหาอุปราชสิ้นพระชนม์ ต่างกรูกันเข้ามารุมล้อมช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศ ทหารรักษาพระองค์เข้าป้องกันเป็นสามารถ ทัพหลวงของอโยธยาตามมาทันบุกตะลุยเข้ามากลางวงล้อมนาเสด็จพระนเรศและพระเอกา ทศรถออกมาได้ ทหารหงสาวดีเมื่อขาดจอมทัพก็ต่างพากันเสียขวัญ จึงถอนทัพอัญเชิญพระศพกลับหงสาวดีทันที หลังจากสงครามยุทธหัตถี พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศก็เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทุกสารทิศ "ตั้งแต่นั้นมากรุงหงสาวดีก็ไม่ได้ยกทัพมารุกรานแผ่นดินอโยธยาอีกเลยเป็น เวลายาวนานถึง ๑๕๐ ปี"














ลิ้งค์เว็บเบื้องหลังการถ่ายทำครับ

http://news.voicetv.co.th/entertainment/27088.html

ลองเข้าไปชมกันได้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น