อาหาร 2 ชนิดที่ไม่ควรกินร่วมกัน


อาหาร 2 ชนิดที่ไม่ควรกินร่วมกัน

อาหาร ที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน บางอย่างมีประโยชน์ บางอย่างไม่มีประโยชน์ แต่คุณ ทราบหรือไม่ว่า อาหารบางอย่างที่เราทานเข้าไปทุกวันๆ เราคิดว่ามีประโยนช์มากมายนั้น บางอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด มาดูดีกว่าว่ามีอาหารชนิดไหนบ้าง
1. เหล้าขาวกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เป็นพิษ
2. หัวไชเท้ากับเห็ดหูหนู ทั้งดำและขาว - ห้ามรับประทา
ด้วยกัน จะเป็นโรคผิวหนัง
3. เต้าหู้กับน้ำผึ้ง - ห้ามรับประทานด้วยกันจะทำให้หูหนวก
4. มันฝรั่งกับกล้วยทุกชนิด - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้หน้าเป็นฝ้า
5. กล้วยกับเผือก - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้ท้องอืด
6. ถั่วลิสงกับฟักทอง - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้ทำร้ายร่างกายและลำไส้อักเสบ
7. มันเทศกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
8. มันฝรั่งกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เป็นนิ่วในท่อปัสสาวะ
9. หัวไชเท้ากับผลไม้ทุกชนิด - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เกิดคอพอก
10. น้ำเต้าหู้ นมสด - ห้ามใส่ไข่ เพราะจะทำให้ท้องผูกและเส้นเลือดตับ
11. ผักป๋วยเล้ง - ห้ามรับประทานกับเต้าหู้ จะทำให้เป็นนิ่วที่ไขสันหลัง
12. กล้วยมะละกอ แตงโม - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เป็นโรคไตกับโรคเบาหวาน
13. ส้มกับมะนาว - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้กระเพาะทะลุ
14. เหล้าขาวกับเบียร์ - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เส้นเลือดในสมองแตก
15. ปลาทุกชนิด - ห้ามต้มกับผักกาดดอง จะทำให้เป็นโรคมะเร็ง
16. ขิงดอง - ห้ามเข้าตู้เย็น กินแล้วจะเป็นโรค มะเร็ง
17. น้ำเต้าหู้ - ห้ามใส่น้ำตาลแดง จะทำให้เสียวิตามิน
18. น้ำข้าว - ห้ามใส่กับนม จะทำให้เสียวิตามิน
19. น้ำผึ้ง - ห้ามชงด้วยน้ำที่ร้อนจะทำให้เสียวิตามิน
20. บวบ ซือกวย ไชเท้า - ห้ามรับประทานวันเดียวกัน จะทำให้เป็นเบาหวาน ทำให้เชื้ออสุจิอ่อนไม่แข็งแรง
21. มังคุดกับน้ำตาล- กินร่วนกันจะทำให้เสียชีวิต
ได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจาก 
 คุณเอกลักษณ์ โฉมลักษณ์  ผช.ผจก.ฝ่ายผลิต(รีไฟน์)โรงงานน้ำตาล ค่ะ

อาการน้อยใจ

 อาการน้อยใจ มักเกิดขึ้นเมื่อเราประสบกับสิ่งที่ "ไม่ได้ดังใจ" ค่ะ
โดยเฉพาะกับคนที่เราตั้งธงคาดหวังเอาไว้ ถ้าลองสังเกตเรามักจะพบว่า
เราจะมีอาการน้อยอกน้อยใจ แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆกับ
คนรัก เพื่อนสนิท ญาติพี่น้อง หรือ คุณพ่อคุณแม่ ได้ง่ายและบ่อยครั้ง

แต่กับคนปกติอื่นๆ ทั่วๆ ไป  เราไม่ค่อยรู้สึกน้อยอกน้อยใจอะไร
เมื่อพวกเขาทำอะไรไม่ถูกใจ

ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะคนเหล่านั้นไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเรา
ไม่ใช่คนที่เราคาดหวังอะไรไว้  ไม่ใช่คนที่เราต้องการความรัก
การเอาอกเอาใจจากพวกเขา

ดังนั้น อาการน้อยใจมักมีจุดเริ่มต้นมาจากแรงยึดในตัวบุคคลก่อน
เมื่อเป็นที่รักมาก เป็นที่หวังมาก เวลาที่พวกเขาทำให้เรารู้สึกว่า
เราไม่สำคัญ คุณค่าของเราลดลง
เขาไม่ตามใจเรา ตัวตนของเราพร่าเลือนไปในสายตาของเขา

เราก็รู้สึกผิดหวัง เสียอกเสียใจ แสดงอาการให้เขารับรู้ว่า
เรามีตัวตนอยู่นะ ช่วยมองมาหน่อย มาดูแลเรา มาเอาใจใส่เราด้วย
โดยออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น ไม่พูดกับเขา, ร้องไห้, ไม่ทานข้าว
ขังตัวเองอยู่ในห้อง , คอยหลบหน้าหลบตา
หรือ ตัดพ้อต่อว่า,ทำกริยาประชดประชัน,ทำหน้าบึ้งๆ

เพื่อให้เขาเห็นความผิดปกติ เข้ามาไตร่ถาม เอาอกเอาใจ
ซึ่งทันที ที่ถูกสนใจ เราก็จะรู้สึกว่าตัวตนของเรากลับมา
เรามีค่าแล้ว ได้ถูกงอนง้อแล้ว จิตเราก็จะมีความรู้สึกยินดีขึ้นมา

ซึ่งถ้าถูก "ง้อ" บ่อยๆ เข้า
เราก็จะติดในความรู้สึกพอใจยินดี ที่ได้มีค่า
ได้รับการตอกย้ำความสำคัญ
การมีตัวตนในสายตาของคนที่ตัวเองรัก

เราก็จะยิ่ง "งอน" มากขึ้น น้อยอก น้อยใจง่ายมากขึ้น
แสดงปฏิกิริยาอาการต่างๆ รุนแรงขึ้น
และเรียกร้องมากขึ้น เอาใจตัวเองมากขึ้น

ในขณะที่ความอดทนต่อแรงเสียดทานของความผิดหวังต่างๆ มีลดลง
จิตอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ เพราะเอาความสำคัญของตนไปผูกไว้กับคนอื่น

ซึ่งโดยธรรมดา ธรรมชาติของจิตปถุชนทั่วไป
ที่เปลี่ยนแปลงผันแปรง่าย ต้องการเป็นคนสำคัญเหมือนกัน
แต่การที่ต้องคอยเหน็ดเหนื่อยเอาใจ ง้อใครอยู่บ่อยๆ
ไม่ว่าจะแสนรักปานใด ก็ต้องเกิดความเบื่อหน่าย จางคลาย
และเห็นถึงความไม่สมเหตุสมผลมากขึ้นทุกที
จนกระทั่งหมดความอดทน หนีหายจากเราไปในที่สุด

ดังนั้น อาการน้อยใจ หรือใจน้อย
ควรแก้ไขโดย เติมใจตัวเองให้ใหญ่ขึ้น เต็มใจตนเองให้เต็ม 
ด้วยความรัก ความเมตตาที่แผ่กว้างสู่มวลสรรพสัตว์ทั้งหลาย
รู้จักตะหนักในคุณค่าของตัวเอง
ฝึกจิตให้รู้จักอดทน และเป็นพึ่งแก่ตนเองได้

ระลึกถึงผู้อื่นด้วยความปรารถนาดี ให้พวกเขามีความสุข
ตั้งจิตไว้ว่า กรรมใดที่เรากระทำแล้ว
ทำให้คนที่รักเรา รู้สึกเดือดร้อนประสบความไม่สบายใจ
เพราะเหตุแห่งการที่เห็นเราเป็นทุกข์ เราจะงดเว้นซึ่งกรรมนั้น

ฝึกจิตตนให้เข็มแข็ง มีสติ อยู่กับปัจจุบัน
มองโลกด้วยปัญญาเห็นตามจริงว่า
ทุกสิ่งล้วนเกิดดับ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่อาจตั้งมั่นคงทน
ไม่อาจอยู่ในความควบคุมของเรา

มองให้เห็นว่า ทุกคนก็เหมือนธรรมชาติรอบตัวเรา
ซึ่งเราไม่อาจกำหนดกฏเกณฑ์ได้ตามใจ
ไม่ว่าฝนจะตก หรือ แดดจะออก จะร้อนหรือหนาว
มันก็ต้องเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่มันเป็น

และทุกคนต่างขับเคลื่อนไปโดยกรรมของแต่ละคน
ไม่มีความสมบูรณ์แบบพร้อมในตัวคนอื่นทั้งหลาย
เช่นเดียวกันกับที่ตัวเรา
ก็ไม่สมบูรณ์แบบพร้อมดังใจ สำหรับคนอื่นเช่นกัน




ที่มา : http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=1124.0

รู้ไว้นะ มีประโยชน์‏


1. ปวดหัว กินปลามากๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด น้ำมันจากปลามีสรรพคุณป้องกันการปวดหัว กินพร้อม ๆ กับขิง จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวลง

2. แพ้ละออง เป็นแพ้ทั้งฝุ่นและเกสรดอกไม้ ให้กินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว

3. โรคหัวใจ ดื่มชาเขียว เป็นประจำ สารในชาเขียวช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันไปจับตัวตามผนังหลอดเลือด


4. โรคนอนไม่หลับ ดื่มน้ำผึ้ง เป็นประจำ สารในน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาททำให้นอนหลับฝันดี

5. โรคหืดหอบ กินหอม ต้นหอม หรือ หัวหอม ก็ได้มีตัวยาทำให้หลอดลมปลอดโปร่ง

6. โรคไขข้ออักเสบ กินปลาเท่านั้น แก้ไขเป็นปกติได้ ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ( ปลาโอ ) ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีนส์ ( ปลากระป๋อง ) น้ำมันปลาทำให้โรคไขข้ออักเสบบรรเทาลง


7. ท้องผูก ท้องอืด ให้กินกล้วย หรือ ขิง กล้วยทำให้ไม่ท้องผูก และขิงทำให้อาการคลื่นไส้ในตอนเช้าหายไป

8. ติดเชื้อในถุงกระเพาะปัสสาวะ ให้ กินน้ำคั้นจากลูกแคนเบอรี ( ไม้เมืองหนาว ) กรดเข้มข้นในลูกไม้ฆ่าแบคทีเรียได้

9.. โรคหงุดหงิด ฟุ้งซ่านโดยเฉพาะเกิดในผู้หญิงสูงอายุด้วย ให้กินข้าวโพดช่วยบรรเทาอาการเครียด วิตกกังวล และความคิดสับสนได้


10. โรคกระดูกพรุน ทั้งกระดูกเปราะและแตกง่าย แก้ไขได้โดยให้กินสับปะรด ซึ่งมีสารแมงกานีสอยู่มาก
ช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้


11. ความจำเสื่อม แก้ไขโดย กินหอยนางรม หอยแครงหรือหอยอื่น ๆ
ซึ่งในเนื่อหอยมีสารสังกะสีช่วยบำรุงสมองได้ดี

12. เป็นหวัด กินกระเทียม ทำให้จมูกโปร่ง สมองโล่ง กระเทียมช่วยลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย


13. ไอ จาม กินพริกแดง สารที่นำมาทำยาแก้ไอนั้นสกัดมาจากพริกแดง


14. มะเร็งเต้านม กินข้าวสาลี รำข้าว และกะหล่ำปลีจะช่วยป้องกันได้ดี


15. มะเร็งปอด กินส้ม และ ผักใบเขียว มีวิตามินเอ อยู่มากจะช่วยป้องกันการก่อพิษของสารเบต้าแคโรทีน

16 แผลในกระเพาะอาหาร กินกะหล่ำปลี ซึ่งมีสารเคมีช่วยทำให้แผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กหายขาดได้


17. โรคท้องร่วง กินแอปเปิ้ลสดทั้งเปลือก


18. เส้นเลือดตีบ กินผลอโวคาโด แก้ได้เพราะไขมันดี โมโรอันแซตเทอเรต


19. ความดันโลหิตสูง กินผลโอลีฟ และผักขึ้นฉ่ายพืชทั้งสองชนิดนี้มีสารเคมี


20. น้ำตาลในเลือดไม่สมดุล กินผักบร็อกโรลี่ และถั่วลิสง คุณประโยชน์ของพืชสมุนไพร

ที่มา : Fw mail 

แผนที่ชีวิต 80 ข้อคิดพระเจ้าอยู่หัว

แผนที่ชีวิต 80 ข้อคิดพระเจ้าอยู่หัว
 

1. ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกอย่าง อย่างจริงใจ
2. อย่าสวดมนต์เพื่อของสิ่งใด นอกจาก ปัญญา และความกล้าหาญ
3. เพื่อนใหม่ คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง ส่วน เพื่อนเก่า คืออัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า
4. อ่านหนังสือธรรมปีละเล่ม
5. ปฏิบัติตนต่อคนอื่นเช่นเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา
6. พูดคำว่า ขอบคุณ ให้มากๆ
7. รักษา ความลับ ให้เป็น
8. ประเมินคุณค่าของการให้อภัย ให้สูง
9. ฟังให้มาก แล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี
10. ยอมรับความผิดพลาดของตนเองหากมีใครตำหนิ และรู้แก่ใจว่าเป็นจริง
11. หากล้มลง จงอย่ากลัวกับการลุกขึ้นใหม่
12. เมื่อเผชิญหน้ากับงานหนัก คิดเสมอว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว

13. อย่าทำงานเกินเวลา จนติดเป็นนิสัย เมื่อมันกลายเป็นนิสัย จะทำให้มันหมดคุณค่า
      ปล่อยตัวตามสบายได้ แต่อย่าถึงให้กับดูโทรมนัก
14. จงทำตัวให้ร่าเริง ควรช่วยเหลือและทำหน้าที่ให้ดีในการงานของคุณคุณจะพบว่าไม่มี
      ใครมาแข่งกับคุณ
15. อย่าได้เป็นกังวลในเรื่องการปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ในสำนักงานแต่เป็นกังวลกับ
      การปล่อยชีวิตคุณเปล่าประโยชน์จะดีกว่า
16. อย่าโกธรคอมพิวเตอร์ สำหรับความผิดพลาดที่คุณทำขึ้นเอง
17. ลองคิดถึงเวลาคุณไม่มีเงินเดือนดูบ้าง
18. จงถือว่าสุขภาพคือทรัพย์สมบัติประการแรก
19. อย่าได้ก้มหน้าก้มตาทำงาน จนไม่เคยสังเกตเห็นนก ต้นไม้ ดอกไม้ และปุยเมฆ
20. เมื่อใดสำนักงานที่ทำให้คุณรู้สึกเศร้าสร้อย จงนึกเสียว่าเป็นเกมกีฬาสำหรับคนที่ยังไม่
      เป็นผู้ใหญ่และอย่าได้นำกลับไปที่บ้านด้วย
21. จำไว้ว่า ยังมีอะไรอีกมากในการทำงานและในชีวิตมากกว่าการทำงานให้มีชีวิตอยู่หรือมี
      ชีวิตอยู่เพื่อทำงาน
22. อย่าทำเป็นคนตรงต่อเวลา ไปถึงก่อนเวลาจะดีกว่า
23. อย่าได้หลอกตนเองว่า การมีสิ่งของรกบนโต๊ะ หมายถึงการมีงานมาก เพียงแต่
         หมายความว่าคุณยังไม่ได้ ทำมันนั่นเอง
24. จัดเก็บของคุณให้เรียบร้อย บุคคลส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ จะมีโต๊ะทำงา
        ที่ว่างโล่ง
25. อย่าเป็นกังวลมากจนเกินไป เพื่อนร่วมงานคิดอย่างไรกับคุณเพราะส่วนใหญ่ในชีวิต
       ของพวกเขา ไม่ได้คิดถึงเลย
26. จงมีความเพียรอันบริสุทธิ์ สติปัญญาที่เฉียบแหลม ร่างกายที่สมบูรณ์จะนำมาซึ่ง
       ความสำเร็จ
27. จงร่ำรวยเงินสด จงหาเวลาแทนที่จะรอเวลา จงยิ้มไว้เสมอ
28. อย่าถกเถียงธุรกิจภายในลิฟต์
29. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน
30. อย่าหยิ่ง หากจะกล่าวว่าขอโทษ
31. อย่าอาย หากจะบอกใครว่าไม่รู้
32. ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่มีราบรื่นตลอดทาง
33. เมื่อไม่มีใครเกิดมาแล้ววิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่างๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป
34. การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท
35. คนไม่รักเงิน คือคนไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต
36. ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบก่อนคือผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี
37. ชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้ทำงานเลยสักวัน ทุกวันเป็นวันสนุกมาก
38. จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน
39. เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่หน้าของคนอื่นที่จะทำความเข้าใจ
      ในสิ่งที่เราพูด
40. เหรียญเดียวมี 2 หน้า ความสำเร็จกับความล้มเหลว
41. อย่าตามใจตัวเอง เรื่องยุ่งๆเกิดขึ้นล้วนตามใจตัวเองทั้งสิ้น
42. ฟันร่วงเพราะมันแข็งแรง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน
43. อย่าดึงต้นกล้าให้โตไวๆ (อย่าใจร้อน)
44. ระลึกถึงความตายวันละ 3 ครั้ง ชีวิตจะมีสุข มีอภัย มีให้อยู่
45. อย่าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อๆไปก็ผิดตาม
46. ทุกชิ้นงานจะต้องกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จสิ้น
47. จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด
48. ดาวและเดือนที่อยู่สูง อยากได้ต้องเป็นบันไดสูง
49. มนุษย์ทุกคนมีชิ้นงานมากมายในชีวิต จงทำชิ้นงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ
50. หนังสือเป็นศูนย์รวมปัญญาทั้งโลก จงอ่าหนังสือเดือนละเล่ม
51. ระเบียบวินัย คือคุณสมบัติที่สำคัญในการดำเนินชีวิต
52. อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้
53. เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตามเราไม่ต้องไปคุยทับปล่อย
     ให้เขาฟุ้งไปตามสบาย
54. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆเท่านั้น
55. หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ริมทางเสียบ้าง
56. จะคิดการใด จงคิดการให้ใหญ่ๆเข้าไว้ แต่เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย
57. หัดทำสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นอย่างเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้
58. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งสิ้น
59. เวลาเล่นเกมกับเด็กๆก็ปล่อยให้แกชนะไปเถิด
60. ใครจะวิจารณ์เราอย่างไรก็ช่าง ไม่ต้องเสียเวลาไปตอบโต้
61. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ สอง แต่อย่าให้ถึงที่สาม
62. อย่าวิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุข ก็ลาออกซะ
63. ทำตัวให้สบายๆอย่าคิดมากถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้วอะไรๆมันก็ไม่ได้สำคัญ
      อย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก
64. ใช้เวลาน้อยๆในการคิดว่า ใคร เป็นคนถูกแต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า อะไร คือสิ่งถูก
65. เราไม่ได้ต่อสู้กับคนโหดร้าย ในตัวคน
66. คิดให้รอบคอบ ก่อนให้เพื่อนต้องมีภาระในการเก็บรักษาความลับ
67. เป็นคนถ่อมตน คนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้วตั้งแต่เรายังไม่เกิด
68. เมื่อมีคนสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน
69. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใดสุขุมเยือกเย็นเข้าไว้
70. อย่าไปหวังเลยว่า ชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม
71. อย่าทำให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาต้องเบื่อหน่าย ถ้ามีใครถามเราว่า เป็นอย่างไร
     บ้างตอนนี้ ก็บอกไปเลยว่า สบายมาก
72. อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

73. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยวเมื่อเหลียวกลับไปดูอดีตเราจะเสียใจในสิ่งที่เราอยากทำแล้ว
       ไม่ได้ทำมากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว
74. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตนเองไม่ใช่มาตรฐานของคนอื่น
75. จริงจังและเคี่ยวเข็ญต่อตนเองแต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น
76. อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดีๆใหม่ๆและยิ่งใหญ่จนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ล้วน
      มาจากบุคคลที่คิดค้นอยู่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น
77. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น
78. คำนึงถึงความมีชีวิตให้ กว้างขวาง มากกว่าการมีชีวิตให้ยืดยาว
79. ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอก
      งอกง่อยสักปานใด
80. มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยเสมอ

อ้างอิงจาก หนังสือของขวัญอันล้ำค่า 60 พระบรมราโชวาท
แผนที่ชีวิต 80 ข้อคิดพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู 
หน้า 121-141

สิ่งที่คุณรู้ ใครก็รู้อยู่แก่ใจ

สิ่งที่คุณรู้ ใครก็รู้ (อยู่แก่ใจซะด้วยสิ) 

- มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี
- แฟนของคนอื่นมักจะสวยกว่าแฟนของตัวเอง
- เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์เสียงมันมักจะหยุดเราจะช้าไป 1 จังหวะเสมอ


- ถ้าแอบรักใครอย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า
- เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักทีให้พูดว่าไม่เอาจะได้เร็ว
- ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียทีให้ลุกขึ้นทำท่าจะกลับทั้งโต๊ะจะมีพนักงานพุ่งมาทันที

-ปลูกต้นลั่นทมไว้หน้าบ้านไม่เกี่ยวอะไรกับความทุกข์ระทมของตัวเราเลย
- ระวังคนขายโรตี ที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าละเมาะ
, พุ่งไม้,ซอกตึก,อย่าตัดสินใจซื้อจนกว่าเขาจะล้างมือ
- ไม่มีสัจจะในร้านตัดเสื้อ

- ระวังคน ที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ
- อย่าซื้อทุเรียนมากปอกเอง
- หนังสือดีคือหนังสือที่เราชอบอ่าน
,

- หนังดีคือหนังที่เราชอบดู
- อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ
- อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความ รู้สึก

- เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ
- อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ
- รถในเมืองไทยพวงมาลัยอยู่ทางขวา แต่ฝาน้ำมันมาอยู่ขวาเสมอไป


- ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ได้ ยังไงเพื่อนต้องมี
- อย่าเข้าใกล้หมาตอนกินข้าว
- ตลาด อตก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา

- เวลาดูหนังโรง ควรจำว่ากระปุกน้ำอยู่ด้านไหน
- ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป
- คนไม่กินเนื้อไม่ได้แปลว่าเป็นดีเสมอไป

- เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีน ออกจากปากให้หลับตาด้วย
- ปูอัด มันทำจากปลา
- กระเพาะปลามันทำมาจากหนังหมู

- กินก๋วยเตี๋ยวจากตะเกียบไม้อร่อยกว่า
- อย่าไปจ่ายตลาดเวลาหิว เราจะซื้อมาเยอะเกินจำเป็นเสมอ
- ในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรกอ้วนขึ้นนะกับประเภทที่ สอง ผอมลงนะ ไม่มีใครเข้ามาทักว่าปกติดีนี่ไปทำอะไรมา

- คนที่เอาหมวกตำรวจ หรือชุดตำรวจแขวนไว้หลังรถมิใช่เพราะบ้ายเขาไม่มีตู้เขาไม่ได้ลืมเค้าแค่กลัวคนไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร
- คนที่มีระทะเบียนเลขเดียวเรียงติดกันหลายๆตัว เป็นคนธรรมดาเหมือน กับเรา
- คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ

- ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน
- จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา
- เวลาที่เปิดหนังสือให้เพื่อนดูหน้าที่ตัวเองพูดถึง มักจะหาไม่เจอ

- ขนมและน้ำในโรงหนัง จะแพงกว่าข้างนอก
- ห้องน้ำผู้หญิง ผู้ชายเข้าไปดูเป็นพวกโรคจิต
, ห้องน้ำผู้ชายผู้หญิงเข้ามาดูเป็นแม่บ้าน



ขอบคุณบทความดีดีจาก www.thaireaderclub.com