อาหาร 2 ชนิดที่ไม่ควรกินร่วมกัน


อาหาร 2 ชนิดที่ไม่ควรกินร่วมกัน

อาหาร ที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน บางอย่างมีประโยชน์ บางอย่างไม่มีประโยชน์ แต่คุณ ทราบหรือไม่ว่า อาหารบางอย่างที่เราทานเข้าไปทุกวันๆ เราคิดว่ามีประโยนช์มากมายนั้น บางอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด มาดูดีกว่าว่ามีอาหารชนิดไหนบ้าง
1. เหล้าขาวกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เป็นพิษ
2. หัวไชเท้ากับเห็ดหูหนู ทั้งดำและขาว - ห้ามรับประทา
ด้วยกัน จะเป็นโรคผิวหนัง
3. เต้าหู้กับน้ำผึ้ง - ห้ามรับประทานด้วยกันจะทำให้หูหนวก
4. มันฝรั่งกับกล้วยทุกชนิด - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้หน้าเป็นฝ้า
5. กล้วยกับเผือก - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้ท้องอืด
6. ถั่วลิสงกับฟักทอง - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้ทำร้ายร่างกายและลำไส้อักเสบ
7. มันเทศกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
8. มันฝรั่งกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เป็นนิ่วในท่อปัสสาวะ
9. หัวไชเท้ากับผลไม้ทุกชนิด - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เกิดคอพอก
10. น้ำเต้าหู้ นมสด - ห้ามใส่ไข่ เพราะจะทำให้ท้องผูกและเส้นเลือดตับ
11. ผักป๋วยเล้ง - ห้ามรับประทานกับเต้าหู้ จะทำให้เป็นนิ่วที่ไขสันหลัง
12. กล้วยมะละกอ แตงโม - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เป็นโรคไตกับโรคเบาหวาน
13. ส้มกับมะนาว - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้กระเพาะทะลุ
14. เหล้าขาวกับเบียร์ - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เส้นเลือดในสมองแตก
15. ปลาทุกชนิด - ห้ามต้มกับผักกาดดอง จะทำให้เป็นโรคมะเร็ง
16. ขิงดอง - ห้ามเข้าตู้เย็น กินแล้วจะเป็นโรค มะเร็ง
17. น้ำเต้าหู้ - ห้ามใส่น้ำตาลแดง จะทำให้เสียวิตามิน
18. น้ำข้าว - ห้ามใส่กับนม จะทำให้เสียวิตามิน
19. น้ำผึ้ง - ห้ามชงด้วยน้ำที่ร้อนจะทำให้เสียวิตามิน
20. บวบ ซือกวย ไชเท้า - ห้ามรับประทานวันเดียวกัน จะทำให้เป็นเบาหวาน ทำให้เชื้ออสุจิอ่อนไม่แข็งแรง
21. มังคุดกับน้ำตาล- กินร่วนกันจะทำให้เสียชีวิต
ได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจาก 
 คุณเอกลักษณ์ โฉมลักษณ์  ผช.ผจก.ฝ่ายผลิต(รีไฟน์)โรงงานน้ำตาล ค่ะ

อาการน้อยใจ

 อาการน้อยใจ มักเกิดขึ้นเมื่อเราประสบกับสิ่งที่ "ไม่ได้ดังใจ" ค่ะ
โดยเฉพาะกับคนที่เราตั้งธงคาดหวังเอาไว้ ถ้าลองสังเกตเรามักจะพบว่า
เราจะมีอาการน้อยอกน้อยใจ แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆกับ
คนรัก เพื่อนสนิท ญาติพี่น้อง หรือ คุณพ่อคุณแม่ ได้ง่ายและบ่อยครั้ง

แต่กับคนปกติอื่นๆ ทั่วๆ ไป  เราไม่ค่อยรู้สึกน้อยอกน้อยใจอะไร
เมื่อพวกเขาทำอะไรไม่ถูกใจ

ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะคนเหล่านั้นไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเรา
ไม่ใช่คนที่เราคาดหวังอะไรไว้  ไม่ใช่คนที่เราต้องการความรัก
การเอาอกเอาใจจากพวกเขา

ดังนั้น อาการน้อยใจมักมีจุดเริ่มต้นมาจากแรงยึดในตัวบุคคลก่อน
เมื่อเป็นที่รักมาก เป็นที่หวังมาก เวลาที่พวกเขาทำให้เรารู้สึกว่า
เราไม่สำคัญ คุณค่าของเราลดลง
เขาไม่ตามใจเรา ตัวตนของเราพร่าเลือนไปในสายตาของเขา

เราก็รู้สึกผิดหวัง เสียอกเสียใจ แสดงอาการให้เขารับรู้ว่า
เรามีตัวตนอยู่นะ ช่วยมองมาหน่อย มาดูแลเรา มาเอาใจใส่เราด้วย
โดยออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น ไม่พูดกับเขา, ร้องไห้, ไม่ทานข้าว
ขังตัวเองอยู่ในห้อง , คอยหลบหน้าหลบตา
หรือ ตัดพ้อต่อว่า,ทำกริยาประชดประชัน,ทำหน้าบึ้งๆ

เพื่อให้เขาเห็นความผิดปกติ เข้ามาไตร่ถาม เอาอกเอาใจ
ซึ่งทันที ที่ถูกสนใจ เราก็จะรู้สึกว่าตัวตนของเรากลับมา
เรามีค่าแล้ว ได้ถูกงอนง้อแล้ว จิตเราก็จะมีความรู้สึกยินดีขึ้นมา

ซึ่งถ้าถูก "ง้อ" บ่อยๆ เข้า
เราก็จะติดในความรู้สึกพอใจยินดี ที่ได้มีค่า
ได้รับการตอกย้ำความสำคัญ
การมีตัวตนในสายตาของคนที่ตัวเองรัก

เราก็จะยิ่ง "งอน" มากขึ้น น้อยอก น้อยใจง่ายมากขึ้น
แสดงปฏิกิริยาอาการต่างๆ รุนแรงขึ้น
และเรียกร้องมากขึ้น เอาใจตัวเองมากขึ้น

ในขณะที่ความอดทนต่อแรงเสียดทานของความผิดหวังต่างๆ มีลดลง
จิตอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ เพราะเอาความสำคัญของตนไปผูกไว้กับคนอื่น

ซึ่งโดยธรรมดา ธรรมชาติของจิตปถุชนทั่วไป
ที่เปลี่ยนแปลงผันแปรง่าย ต้องการเป็นคนสำคัญเหมือนกัน
แต่การที่ต้องคอยเหน็ดเหนื่อยเอาใจ ง้อใครอยู่บ่อยๆ
ไม่ว่าจะแสนรักปานใด ก็ต้องเกิดความเบื่อหน่าย จางคลาย
และเห็นถึงความไม่สมเหตุสมผลมากขึ้นทุกที
จนกระทั่งหมดความอดทน หนีหายจากเราไปในที่สุด

ดังนั้น อาการน้อยใจ หรือใจน้อย
ควรแก้ไขโดย เติมใจตัวเองให้ใหญ่ขึ้น เต็มใจตนเองให้เต็ม 
ด้วยความรัก ความเมตตาที่แผ่กว้างสู่มวลสรรพสัตว์ทั้งหลาย
รู้จักตะหนักในคุณค่าของตัวเอง
ฝึกจิตให้รู้จักอดทน และเป็นพึ่งแก่ตนเองได้

ระลึกถึงผู้อื่นด้วยความปรารถนาดี ให้พวกเขามีความสุข
ตั้งจิตไว้ว่า กรรมใดที่เรากระทำแล้ว
ทำให้คนที่รักเรา รู้สึกเดือดร้อนประสบความไม่สบายใจ
เพราะเหตุแห่งการที่เห็นเราเป็นทุกข์ เราจะงดเว้นซึ่งกรรมนั้น

ฝึกจิตตนให้เข็มแข็ง มีสติ อยู่กับปัจจุบัน
มองโลกด้วยปัญญาเห็นตามจริงว่า
ทุกสิ่งล้วนเกิดดับ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่อาจตั้งมั่นคงทน
ไม่อาจอยู่ในความควบคุมของเรา

มองให้เห็นว่า ทุกคนก็เหมือนธรรมชาติรอบตัวเรา
ซึ่งเราไม่อาจกำหนดกฏเกณฑ์ได้ตามใจ
ไม่ว่าฝนจะตก หรือ แดดจะออก จะร้อนหรือหนาว
มันก็ต้องเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่มันเป็น

และทุกคนต่างขับเคลื่อนไปโดยกรรมของแต่ละคน
ไม่มีความสมบูรณ์แบบพร้อมในตัวคนอื่นทั้งหลาย
เช่นเดียวกันกับที่ตัวเรา
ก็ไม่สมบูรณ์แบบพร้อมดังใจ สำหรับคนอื่นเช่นกัน




ที่มา : http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=1124.0

รู้ไว้นะ มีประโยชน์‏


1. ปวดหัว กินปลามากๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด น้ำมันจากปลามีสรรพคุณป้องกันการปวดหัว กินพร้อม ๆ กับขิง จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวลง

2. แพ้ละออง เป็นแพ้ทั้งฝุ่นและเกสรดอกไม้ ให้กินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว

3. โรคหัวใจ ดื่มชาเขียว เป็นประจำ สารในชาเขียวช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันไปจับตัวตามผนังหลอดเลือด


4. โรคนอนไม่หลับ ดื่มน้ำผึ้ง เป็นประจำ สารในน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาททำให้นอนหลับฝันดี

5. โรคหืดหอบ กินหอม ต้นหอม หรือ หัวหอม ก็ได้มีตัวยาทำให้หลอดลมปลอดโปร่ง

6. โรคไขข้ออักเสบ กินปลาเท่านั้น แก้ไขเป็นปกติได้ ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ( ปลาโอ ) ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีนส์ ( ปลากระป๋อง ) น้ำมันปลาทำให้โรคไขข้ออักเสบบรรเทาลง


7. ท้องผูก ท้องอืด ให้กินกล้วย หรือ ขิง กล้วยทำให้ไม่ท้องผูก และขิงทำให้อาการคลื่นไส้ในตอนเช้าหายไป

8. ติดเชื้อในถุงกระเพาะปัสสาวะ ให้ กินน้ำคั้นจากลูกแคนเบอรี ( ไม้เมืองหนาว ) กรดเข้มข้นในลูกไม้ฆ่าแบคทีเรียได้

9.. โรคหงุดหงิด ฟุ้งซ่านโดยเฉพาะเกิดในผู้หญิงสูงอายุด้วย ให้กินข้าวโพดช่วยบรรเทาอาการเครียด วิตกกังวล และความคิดสับสนได้


10. โรคกระดูกพรุน ทั้งกระดูกเปราะและแตกง่าย แก้ไขได้โดยให้กินสับปะรด ซึ่งมีสารแมงกานีสอยู่มาก
ช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้


11. ความจำเสื่อม แก้ไขโดย กินหอยนางรม หอยแครงหรือหอยอื่น ๆ
ซึ่งในเนื่อหอยมีสารสังกะสีช่วยบำรุงสมองได้ดี

12. เป็นหวัด กินกระเทียม ทำให้จมูกโปร่ง สมองโล่ง กระเทียมช่วยลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย


13. ไอ จาม กินพริกแดง สารที่นำมาทำยาแก้ไอนั้นสกัดมาจากพริกแดง


14. มะเร็งเต้านม กินข้าวสาลี รำข้าว และกะหล่ำปลีจะช่วยป้องกันได้ดี


15. มะเร็งปอด กินส้ม และ ผักใบเขียว มีวิตามินเอ อยู่มากจะช่วยป้องกันการก่อพิษของสารเบต้าแคโรทีน

16 แผลในกระเพาะอาหาร กินกะหล่ำปลี ซึ่งมีสารเคมีช่วยทำให้แผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กหายขาดได้


17. โรคท้องร่วง กินแอปเปิ้ลสดทั้งเปลือก


18. เส้นเลือดตีบ กินผลอโวคาโด แก้ได้เพราะไขมันดี โมโรอันแซตเทอเรต


19. ความดันโลหิตสูง กินผลโอลีฟ และผักขึ้นฉ่ายพืชทั้งสองชนิดนี้มีสารเคมี


20. น้ำตาลในเลือดไม่สมดุล กินผักบร็อกโรลี่ และถั่วลิสง คุณประโยชน์ของพืชสมุนไพร

ที่มา : Fw mail 

แผนที่ชีวิต 80 ข้อคิดพระเจ้าอยู่หัว

แผนที่ชีวิต 80 ข้อคิดพระเจ้าอยู่หัว
 

1. ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกอย่าง อย่างจริงใจ
2. อย่าสวดมนต์เพื่อของสิ่งใด นอกจาก ปัญญา และความกล้าหาญ
3. เพื่อนใหม่ คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง ส่วน เพื่อนเก่า คืออัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า
4. อ่านหนังสือธรรมปีละเล่ม
5. ปฏิบัติตนต่อคนอื่นเช่นเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา
6. พูดคำว่า ขอบคุณ ให้มากๆ
7. รักษา ความลับ ให้เป็น
8. ประเมินคุณค่าของการให้อภัย ให้สูง
9. ฟังให้มาก แล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี
10. ยอมรับความผิดพลาดของตนเองหากมีใครตำหนิ และรู้แก่ใจว่าเป็นจริง
11. หากล้มลง จงอย่ากลัวกับการลุกขึ้นใหม่
12. เมื่อเผชิญหน้ากับงานหนัก คิดเสมอว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว

13. อย่าทำงานเกินเวลา จนติดเป็นนิสัย เมื่อมันกลายเป็นนิสัย จะทำให้มันหมดคุณค่า
      ปล่อยตัวตามสบายได้ แต่อย่าถึงให้กับดูโทรมนัก
14. จงทำตัวให้ร่าเริง ควรช่วยเหลือและทำหน้าที่ให้ดีในการงานของคุณคุณจะพบว่าไม่มี
      ใครมาแข่งกับคุณ
15. อย่าได้เป็นกังวลในเรื่องการปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ในสำนักงานแต่เป็นกังวลกับ
      การปล่อยชีวิตคุณเปล่าประโยชน์จะดีกว่า
16. อย่าโกธรคอมพิวเตอร์ สำหรับความผิดพลาดที่คุณทำขึ้นเอง
17. ลองคิดถึงเวลาคุณไม่มีเงินเดือนดูบ้าง
18. จงถือว่าสุขภาพคือทรัพย์สมบัติประการแรก
19. อย่าได้ก้มหน้าก้มตาทำงาน จนไม่เคยสังเกตเห็นนก ต้นไม้ ดอกไม้ และปุยเมฆ
20. เมื่อใดสำนักงานที่ทำให้คุณรู้สึกเศร้าสร้อย จงนึกเสียว่าเป็นเกมกีฬาสำหรับคนที่ยังไม่
      เป็นผู้ใหญ่และอย่าได้นำกลับไปที่บ้านด้วย
21. จำไว้ว่า ยังมีอะไรอีกมากในการทำงานและในชีวิตมากกว่าการทำงานให้มีชีวิตอยู่หรือมี
      ชีวิตอยู่เพื่อทำงาน
22. อย่าทำเป็นคนตรงต่อเวลา ไปถึงก่อนเวลาจะดีกว่า
23. อย่าได้หลอกตนเองว่า การมีสิ่งของรกบนโต๊ะ หมายถึงการมีงานมาก เพียงแต่
         หมายความว่าคุณยังไม่ได้ ทำมันนั่นเอง
24. จัดเก็บของคุณให้เรียบร้อย บุคคลส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ จะมีโต๊ะทำงา
        ที่ว่างโล่ง
25. อย่าเป็นกังวลมากจนเกินไป เพื่อนร่วมงานคิดอย่างไรกับคุณเพราะส่วนใหญ่ในชีวิต
       ของพวกเขา ไม่ได้คิดถึงเลย
26. จงมีความเพียรอันบริสุทธิ์ สติปัญญาที่เฉียบแหลม ร่างกายที่สมบูรณ์จะนำมาซึ่ง
       ความสำเร็จ
27. จงร่ำรวยเงินสด จงหาเวลาแทนที่จะรอเวลา จงยิ้มไว้เสมอ
28. อย่าถกเถียงธุรกิจภายในลิฟต์
29. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน
30. อย่าหยิ่ง หากจะกล่าวว่าขอโทษ
31. อย่าอาย หากจะบอกใครว่าไม่รู้
32. ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่มีราบรื่นตลอดทาง
33. เมื่อไม่มีใครเกิดมาแล้ววิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่างๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป
34. การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท
35. คนไม่รักเงิน คือคนไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต
36. ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบก่อนคือผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี
37. ชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้ทำงานเลยสักวัน ทุกวันเป็นวันสนุกมาก
38. จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน
39. เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่หน้าของคนอื่นที่จะทำความเข้าใจ
      ในสิ่งที่เราพูด
40. เหรียญเดียวมี 2 หน้า ความสำเร็จกับความล้มเหลว
41. อย่าตามใจตัวเอง เรื่องยุ่งๆเกิดขึ้นล้วนตามใจตัวเองทั้งสิ้น
42. ฟันร่วงเพราะมันแข็งแรง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน
43. อย่าดึงต้นกล้าให้โตไวๆ (อย่าใจร้อน)
44. ระลึกถึงความตายวันละ 3 ครั้ง ชีวิตจะมีสุข มีอภัย มีให้อยู่
45. อย่าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อๆไปก็ผิดตาม
46. ทุกชิ้นงานจะต้องกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จสิ้น
47. จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด
48. ดาวและเดือนที่อยู่สูง อยากได้ต้องเป็นบันไดสูง
49. มนุษย์ทุกคนมีชิ้นงานมากมายในชีวิต จงทำชิ้นงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ
50. หนังสือเป็นศูนย์รวมปัญญาทั้งโลก จงอ่าหนังสือเดือนละเล่ม
51. ระเบียบวินัย คือคุณสมบัติที่สำคัญในการดำเนินชีวิต
52. อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้
53. เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตามเราไม่ต้องไปคุยทับปล่อย
     ให้เขาฟุ้งไปตามสบาย
54. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆเท่านั้น
55. หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ริมทางเสียบ้าง
56. จะคิดการใด จงคิดการให้ใหญ่ๆเข้าไว้ แต่เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย
57. หัดทำสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นอย่างเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้
58. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งสิ้น
59. เวลาเล่นเกมกับเด็กๆก็ปล่อยให้แกชนะไปเถิด
60. ใครจะวิจารณ์เราอย่างไรก็ช่าง ไม่ต้องเสียเวลาไปตอบโต้
61. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ สอง แต่อย่าให้ถึงที่สาม
62. อย่าวิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุข ก็ลาออกซะ
63. ทำตัวให้สบายๆอย่าคิดมากถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้วอะไรๆมันก็ไม่ได้สำคัญ
      อย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก
64. ใช้เวลาน้อยๆในการคิดว่า ใคร เป็นคนถูกแต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า อะไร คือสิ่งถูก
65. เราไม่ได้ต่อสู้กับคนโหดร้าย ในตัวคน
66. คิดให้รอบคอบ ก่อนให้เพื่อนต้องมีภาระในการเก็บรักษาความลับ
67. เป็นคนถ่อมตน คนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้วตั้งแต่เรายังไม่เกิด
68. เมื่อมีคนสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน
69. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใดสุขุมเยือกเย็นเข้าไว้
70. อย่าไปหวังเลยว่า ชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม
71. อย่าทำให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาต้องเบื่อหน่าย ถ้ามีใครถามเราว่า เป็นอย่างไร
     บ้างตอนนี้ ก็บอกไปเลยว่า สบายมาก
72. อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

73. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยวเมื่อเหลียวกลับไปดูอดีตเราจะเสียใจในสิ่งที่เราอยากทำแล้ว
       ไม่ได้ทำมากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว
74. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตนเองไม่ใช่มาตรฐานของคนอื่น
75. จริงจังและเคี่ยวเข็ญต่อตนเองแต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น
76. อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดีๆใหม่ๆและยิ่งใหญ่จนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ล้วน
      มาจากบุคคลที่คิดค้นอยู่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น
77. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น
78. คำนึงถึงความมีชีวิตให้ กว้างขวาง มากกว่าการมีชีวิตให้ยืดยาว
79. ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอก
      งอกง่อยสักปานใด
80. มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยเสมอ

อ้างอิงจาก หนังสือของขวัญอันล้ำค่า 60 พระบรมราโชวาท
แผนที่ชีวิต 80 ข้อคิดพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู 
หน้า 121-141

สิ่งที่คุณรู้ ใครก็รู้อยู่แก่ใจ

สิ่งที่คุณรู้ ใครก็รู้ (อยู่แก่ใจซะด้วยสิ) 

- มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี
- แฟนของคนอื่นมักจะสวยกว่าแฟนของตัวเอง
- เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์เสียงมันมักจะหยุดเราจะช้าไป 1 จังหวะเสมอ


- ถ้าแอบรักใครอย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า
- เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักทีให้พูดว่าไม่เอาจะได้เร็ว
- ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียทีให้ลุกขึ้นทำท่าจะกลับทั้งโต๊ะจะมีพนักงานพุ่งมาทันที

-ปลูกต้นลั่นทมไว้หน้าบ้านไม่เกี่ยวอะไรกับความทุกข์ระทมของตัวเราเลย
- ระวังคนขายโรตี ที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าละเมาะ
, พุ่งไม้,ซอกตึก,อย่าตัดสินใจซื้อจนกว่าเขาจะล้างมือ
- ไม่มีสัจจะในร้านตัดเสื้อ

- ระวังคน ที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ
- อย่าซื้อทุเรียนมากปอกเอง
- หนังสือดีคือหนังสือที่เราชอบอ่าน
,

- หนังดีคือหนังที่เราชอบดู
- อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ
- อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความ รู้สึก

- เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ
- อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ
- รถในเมืองไทยพวงมาลัยอยู่ทางขวา แต่ฝาน้ำมันมาอยู่ขวาเสมอไป


- ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ได้ ยังไงเพื่อนต้องมี
- อย่าเข้าใกล้หมาตอนกินข้าว
- ตลาด อตก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา

- เวลาดูหนังโรง ควรจำว่ากระปุกน้ำอยู่ด้านไหน
- ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป
- คนไม่กินเนื้อไม่ได้แปลว่าเป็นดีเสมอไป

- เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีน ออกจากปากให้หลับตาด้วย
- ปูอัด มันทำจากปลา
- กระเพาะปลามันทำมาจากหนังหมู

- กินก๋วยเตี๋ยวจากตะเกียบไม้อร่อยกว่า
- อย่าไปจ่ายตลาดเวลาหิว เราจะซื้อมาเยอะเกินจำเป็นเสมอ
- ในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรกอ้วนขึ้นนะกับประเภทที่ สอง ผอมลงนะ ไม่มีใครเข้ามาทักว่าปกติดีนี่ไปทำอะไรมา

- คนที่เอาหมวกตำรวจ หรือชุดตำรวจแขวนไว้หลังรถมิใช่เพราะบ้ายเขาไม่มีตู้เขาไม่ได้ลืมเค้าแค่กลัวคนไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร
- คนที่มีระทะเบียนเลขเดียวเรียงติดกันหลายๆตัว เป็นคนธรรมดาเหมือน กับเรา
- คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ

- ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน
- จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา
- เวลาที่เปิดหนังสือให้เพื่อนดูหน้าที่ตัวเองพูดถึง มักจะหาไม่เจอ

- ขนมและน้ำในโรงหนัง จะแพงกว่าข้างนอก
- ห้องน้ำผู้หญิง ผู้ชายเข้าไปดูเป็นพวกโรคจิต
, ห้องน้ำผู้ชายผู้หญิงเข้ามาดูเป็นแม่บ้าน



ขอบคุณบทความดีดีจาก www.thaireaderclub.com

"เรียกพ่อซิลูก"

วันนึง ขณะที่แม่และลูกสาววัยรุ่นกำลังดูโทรทัศน์กันอยู่ในบ้านอย่างอบอุ่น สนุกสนาน จนกระทั่ง
มีผู้ชายร่างสูงใหญ่ แต่งกายภูมิฐานเดินเข้ามาในบ้าน พร้อมกล่าวทักทาย
ผู้ชาย
: "สวัสดีครับ"
แม่
:      "สวัสดีคะ" พร้อมหันกลับมาบอกลูกสาวว่า " หญิง เรียก พ่อ สิลูก "  
ลูกสาว
: ทำหน้างวยงง พลางคิดในใจ "ฉันมีพ่อเพียงคนเดียว คนนี้ไม่ใช่พ่อฉัน หรือว่า แม่ฉันมีสามีใหม่ เป็นไปไม่ได้"   ลูกสาว เงยหน้ามอง แล้วก็ก้มหน้าลง แต่ในใจลึกๆ คิดเสียใจเป็นอย่างมาก พลางบอกตัวเองว่า ไม่จริง
แม่
: "แม่บอกให้เรียกพ่อไงจ๊ะ เรียกพ่อสิ" แม่เริ่มโมโหที่ลูกสาวไม่ยอมเรียกพ่อ
ลูกสาว
: คิดในใจ " ไม่ฉันไม่ยอมรับนายคนนี้เป็นพ่อเด็ดขาด เขาไม่ใช่พ่อฉัน ฉันมีพ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น"
แม่
: โมโห ตบศรีษะ ลูกฉาดใหญ่ ดัง "เพี้ยะ!!!"
ผู้ชาย
: ตกใจ บอกผู้เป็นแม่ว่า "อย่าทำครับ อย่าทำ เขาไม่เรียกไม่เป็นไร ผมทนรอได้ครับ"
ในขณะนั้น ลูกสาว เจ็บทั้งตัว และเจ็บทั้งใจ ที่ทำไมแม่ถึงทำแบบนี้ พลางร้องไห้ไป สะอึกสะอื้นไป
แม่
: ตบลูกสาวอีกฉาดใหญ่ แล้วบอกว่า "แกนี่เรียกพ่อสิ ทำไมไม่เรียกพ่อ"
ลูกสาว
: สะอึกสะอื้น กลั้นใจพูด ออกมาเบาๆ ว่า "พ่อ"
แม่
: "แกเรียกเบาอย่างนั้นพ่อแกอยู่หลังบ้านจะได้ยินเหรอ รีบไปบอกพ่อแกเลยนะ ว่าผู้จัดการธนาคารเขามา เร็วๆ เลยนะ เดี่ยวนี้เลย"  
 
ลูกสาว : +!!!!+

แบตเตอรี่มือถือ

ถ้าแบตเตอรี่มือถือเริ่มเก็บไฟได้น้อยอย่าเพิ่งทิ้ง
เพื่อนๆทุกคนคงมีโทรศัพท์มือถือกันทุกคน
ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำจากวิศวกรในโรงงานแบตเตอรี่

สำหรับผู้ที่แบตฯมือถือของท่านเริ่มมีอายุการใช้งานสั้นลงจนสังเกตได้ชัด .... ให้ปฏิบัติดังนี้
        1.
นำแบตฯของท่านห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วใส่ไว้ในถุงพลาสติกแล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็งในตู้เย็นเป็นเวลา 3 วัน  กระดาษหนังสือพิมพ์ จะช่วยดูดความชื้นส่วนเกินให้
        2.
หลังจากทิ้งแบตฯไว้ในตู้เย็นครบสามวันแล้วนำแบตฯออกมาทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องอีกสองวัน
        3.
เมื่อทิ้งไว้สองวันแล้ว ชาร์จแบตฯให้เต็มแล้วนำไปใส่ในมือถือของท่านอีกครั้ง
จะสังเกตได้ว่า แบตฯ สามารถใช้งานได้นานถึง
80-90% ของแบตฯใหม่เลยทีเดียว

เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถอยู่

จะทำอย่างไรเมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถอยู่ 


กรณีที่ 1 เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถยางระเบิดในขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
1. มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง
2. ถอนคันเร่งออก
3. ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจมองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาบ้าง
4. แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะว่า จะทำให้รถหมุน
5. ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนนรถจะลอยตัวและจะทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น
อาจเสียหลักเพราะการเหยียบคลัตช์เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ ให้ขาดจากเพลา
6. ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน
7. เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทางซ้ายมือ
8. เมื่อความเร็วลดลงระดับควบคุมได้ ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงและหยุดรถ
ข้อสังเกตเมื่อยางระเบิด คือ ไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม
เมื่อระเบิดด้านซ้าย รถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อน แล้วก็จะสะบัดกลับ
และสะบัดไปด้านซ้ายอีกที สลับกันไปมา และในทำนอง ตรงกันข้าม
หากระเบิดด้านขวาอาการก็จะ กลับเป็นตรงกันข้ามอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็คือ
หากขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมากๆ พอยางระเบิด ขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที ทำอะไรไม่ได้
ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆจึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้
เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น ในขณะขับรถ จึงไม่ควรขับรถเร็ว
( ความเร็วทีถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง)


กรณีที่ 2
เมื่อรถตกน้ำ

ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุแล้วตกลงไปในแม่น้ำ ลำคลองใดๆ ก็ตาม
รถจะไม่ตกลงไปใน น้ำแล้วจมทันที เหมือนหิน ตกน้ำ แต่จะค่อยๆ
จมลงทีละน้อยๆ จนกว่าจะถึง พื้นล่างและในนาทีวิกฤตนี้


ควรตั้งสติให้ดี และ ป
ฏิ บัติดังต่อไปนี้
1. ปลด SAFETY BELT ออกทุกๆคน รวมทั้งผู้โดยสารด้วย
2. อย่าออกแรงใดๆ เพื่อสงวนการใช้อากาศหายใจซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนจำกัด
3. ให้ยกส่วนศีรษะให้สูงเหนือระดับน้ำที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในรถ
4. ปลดล็อกประตูรถทุกบาน
5. หมุนกระจกให้น้ำไหลเข้าในรถเพื่อปรับความดัน!
ในรถและนอกรถให้เท่ากันมิฉะนั้นท่านจะเปิด
ประตูรถไม่ออก เพราะน้ำจากภายนอกตัวรถจะดันประตูไว้
6. เมื่อความดันใกล้เคียงกันแล้วให้ผลักบานประตูออกให้กว้างสุด
แล้วท่านก็ออกจากห้องโดยสารของ รถได้
7. จากนั้นท่านอาจจะปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติ
หรือจะว่ายน้ำขึ้นมาก็ได้ ในกรณีนี้หาก น้ำลึกมากๆอาจจะมองไม่เห็นว่า
ทิศใดเหนือน้ำ ทิศใดใต้น้ำเพราะว่า มืดไปหมดไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำ เพราะอาจจะว่าย ไปในทิศทางที่ไม่ขึ้นเหนือน้ำ
กรณีเช่นนี้ ควรปล่อยตัวให้ลอยขึ้นตามธรรมชาติ หรือ ลองเป่าปากดูว่า ฟองอากาศลอยไปในทิศทางใด
ให้ว่ายน้ำไปในทิศทางที่ฟองอากาศลอยไป ก็จะไม่มี อาการ หลงน้ำ
นอกจากนั้น ก่อนออกจากรถ หากท่านมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กๆ อาจจะหนีบ เด็กๆ นั้น
ออกมากับท่านได้อีกหนึ่งคน ดังนั้นหากท่านปฏิบัติ ตามวิธีการเหล่านี้
ก็จะช่วยให้ชีวิตของท่าน ปลอดภัยได้ ในยามคับขัน


อยากให้
ทุ กคน ส่งต่อไปให้เพื่อนๆ และคนรู้จักให้มากๆเลยนะ

เป็นการช่วยเหลือกัน หากเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ขึ้นมา การมีความรู้ในขั้นตอนในการควบคุมยานยนต์
และการปฏิบัติตนในขณะเกิดอุบัติ เหตุเช่นนี้ สามารถช่วยลดอัตราการตายและการบาดเจ็บได้แน่นอน
ถ้าจะให้ดี พริ้นเก็บไว้ในรถของทุกคนเลยก็ดีนะจะได้เอาไว้อ่าน ทบทวนกันได้
ขอให้ทุกคน ขับรถอย่างปลอดภัย ไม่เกิดอุบัติเหตุใดๆ

เกิดรถหายหรือถูกทุบ เราจะทำอย่างไร

จากข้อมูลที่เป็น forword mail :
 เรื่องการฟ้องร้องของผู้บริโภคว่าเป็นยังไงบ้าง....
 ถ้าหากเราเกิดรถหาย/ถูกทุบในห้างสรพสินค้า.....ต้องเข้าไปซื้อของในห้างและเก็บใบเสร็จไว้เป้น
หลักฐานว่าเราเป็นลูกค้ามาใช้บริการของห้างฯ
ถ้ารถหายก่อน
ก็วิ่งเข้าไปซื้อของซะ
แล้วก็เก็บใบ
เสร็จไว้ซะ
แนะนำว่าควรเป็นการซื้อในห้างโดยตรง
ไม่ใช่ร้านค้าที่มาเช่าพื้นที่เพื่อความชัดเจน
แน่นอนของหลักฐาน

ถ้าหากเราเกิดรถหาย/ถูกทุบในโรงแรม....เราต้องเช็คอินเข้าพักในโรงแรม
ถึงจะถือได้ว่าเป็นลูกค้า
ของโรงแรมอย่างชัดเจน....แล้วก็เก็บหลักฐานใบเสร็จรับเงินการเข้าพักโรงแรมเอาไว้

แล้วก็ฟ้องร้องผ่านสคบ.
ไม่ว่าห้าง/โรงแรม
จะให้บัตรจอดรถหรือไม่
หรือเขียนไว้ว่าไม่รับผิดชอบ

ทุกคดีที่มีหลักฐานชัดเจนอย่างข้างบนจะชนะหมดเลย

เก็บเอาไว้เป็นเรื่องควรรู้ละกันนะคะ

คนล้มเหลวควรอ่าน

ตกงาน, ตกงาน, ล้มเหลว, เครียด, สู้, กำลังใจ

ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคน นั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะ แห่งซูริค
ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า "สมองช้า
ไม่ชอบสังคมและ ล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา"
ชายคนนั้น...ชื่อ "อัล เบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู

ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์
ชายคนนั้น... ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น...พยายาม เป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น...ได้ เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น...ชื่อ "นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์"
ผู้พิชิตแปซิ ฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง

ชายกลุ่มหนึ่งเป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคน หนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ต้ง
ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ ว่า
"เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลัง จะหมดสมัยแล้ว"
ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่ง ตำนาน

ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียน มัธยม
ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น...ชื่อ "ไม เคิล จอร์แดน"
หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก

ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
ชายคนนั้น...สูญเสียความสามารถ ในการฟังลงเรื่อยๆ
ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
ชายคน นั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคน นั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน" นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก

ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมา ตลอด
ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุ แล้ว
ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคน นั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษา ระดับกลางเท่านั้น
ชายคนนั้น...เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนใน วิชาเคมี
ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์"

ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอ เพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย
แกควร กลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า"
ชายคนนั้น...ชื่อ "เอลวิส เพรสลีย์"

หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น...ทำงานให้ กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่
หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริ ษัท
บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
"เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯหรือไม่ ก็แต่งงานเสียดีกว่า"
หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จัก กันในนาม "มาริลีนมอนโร" นั่นเอง

ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น...ยื่นใบสมัครกับ มหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ดอันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อ มา
ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจ โคลัมเบีย
ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์ รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐจากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ
ชายคน นั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์" นักลงทุนอัจฉริยะอภิมหาเศรษฐีอันดับสองของ โลก

ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับ คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้า คอมพิวเตอร์"
ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น...ปัจจุบัน คือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...เคย ถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก"
ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
ชายคนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่ สาม หรือที่รู้จักกันในนาม
"บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐี อันดับหนึ่งของโลก
ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ

เชื่อว่าทุกคนเคยแพ้
เชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว
แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ ล้มเหลว
คนล้มเหลวคือ...คนที่ล้มเลิกต่างหาก

ระหว่างเพื่อนกับแฟน

ระหว่างเพื่อนกับแฟน


* แฟน// กินข้าวรื๊อยังจ่ะ

* เพื่อน// แดกเชี้ยไรยังมึง

* แฟน// นอนได้แล้วนะเป็นห่วง

* เพื่อน// เป็นเชี้ยไรไม่หลับไม่นอนว่ะมึง

* แฟน// ไม่สบายกินยายัง

* เพื่อน// ใกล้ตายแร้วดิมึง

* แฟน// กลับบ้านดีดีนะ

* เพื่อน// กลับเองนะมึง อ่ะสัส

* แฟน// โทมาพอดีเลย คิดถึง

* เพื่อน// โทมาทามเชี้ยไรไม่ว่าง

* แฟน// ตั้งใจเรียนนะ

* เพื่อน// เฮ่ย โดดเห๊อะ

* แฟน// อย่ามีเรื่องเลยไม่ดี

* เพื่อน// มีเรื่อง หรอ "เอาดิ"

* แฟน// ค่ารถ เดี๋ยว เราออกให้

* เพื่อน// สัส ภาระกุอีก มึงแม่ง

* แฟน// กินไรเดี๋ยวซื้อให้

* เพื่อน// หาแดกเองดิ มึง

* แฟน// เสื้อตัวนี้ น่ารักดี

* เพื่อน// ใส่ไรก้อใส่เหอะเรื่องมากว่ะ

* แฟน// ตัดผมใหม่น่ารักจัง

* เพื่อน// มึงตัดทรงเชี่ยไรว่ะเนี่ย ๕๕๕

* แฟน// นอนหนุนตัก

* เพื่อน// มาหนุน กะ แข้ง กุนี่มา

* แฟน// อยาก อยู่ ด้วย

* เพื่อน// ไปไกลตีนดิ สัส

* แฟน// น่ารักนะเนี่ย

* เพื่อน// หน้าอย่างส้นตีนเลยมึงอ่ะ

* แฟน// เราเลิกกันเถอะ

* * เพื่อน// เฮ่ย!! ไม่เป็นไร มึงยังมีกู ... เพื่อนมึงตลอดไป !!

เทคนิคการ"ขับขี่ภรรยา"ให้ปลอดภัยและยืดอายุการใช้งาน ( ฮาแบบ 18+ )

เพื่อทะนุถนอมอายุการใช้งานเมียของท่านให้ยืนยาว และเป็นการรักษาอายุของท่านเองด้วย เราขอแนะนำข้อปฏิบัติ หลักสิบประการ เพื่อใช้และบำรุงรักษาเมียออโตเมติก ดังต่อไปนี้

1. เมื่อเริ่มจะใช้งานเมียนั้น ควรอุ่นเครื่องก่อนทุกครั้ง เพราะการใช้งาน ทันทีทันใด ในขณะที่น้ำมันเครื่องยังไม่ได้หล่อลื่นไปทั่วห้องเครื่องนั้น อาจทำให้ลูกสูบติด หักหรืองอได้

2. ในตอนออกสตาร์ทใหม่ๆ อย่าเร่งเครื่องทันที เพราะการเร่งเครื่องทันทีนั้น อาจทำให้ผู้ขับเกิดอาการอ่อนเพลีย ขับได้ไม่นาน อาการตอบสนองของเครื่องจะไม่ดี เครื่องกระตุก นอกจากนั้น เครื่อง อาจหงุดหงิด เกิดอาการสำลักน้ำมันได้ง่าย และการเดินทางจะไม่ถึงที่หมาย

3. ในขณะติดไฟแดงนั้น ไม่ควรใช้งาน แม้ในทางทฤษฎีแล้ว เครื่องบางเครื่องอาจเป็นช่วงเหมาะสมที่จะนำไปใช้งาน แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้ว ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ไม่ควรใช้งาน เนื่องจากเครื่อง อาจเกิดปัญหา ผุกร่อน คราบเขม่า น้ำมันจารบี อีกทั้งยังอาจผลเสียต่อสุขภาพของผู้ขับขี่ และเครื่อง เช่นกัน ในจังหวะไฟเขียว ก็ควรจะดูรอบเครื่องและอุณหภูมิด้วย อย่าสุ่มสี่สุ่มห้า ใช้ไม่บันยะบันยัง อาจเกิดปัญหาอื่นตามมาได้ โดยเฉพาะในกรณีท่านที่ขับรถสปอร์ต ยืมเขามาขับ หรือลักลอบขับยิ่ง อันตรายมาก สำหรับผู้ขับที่ยังไม่ได้มีรถส่วนตัวอย่างแท้จริง ส่วนท่านที่ใช้รถครอบครัวกรณีนี้ไม่มีปัญหา แต่อย่างใด ตกลงกันได้เสมอ

4. สำหรับรถและเครื่องที่มีอายุการใช้งานมานาน การขับขี่อาจนุ่มนวล แต่รู้สึกว่าการตอบสนองไม่เร้าใจ เนื่องจากเกิดความคุ้นชิน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ท่านอาจเปลี่ยนแปลงวิธีขับ เช่น รู้จักเข้าโค้ง อย่างนุ่มนวล หรือในทางตรงกันข้าม เข้าโค้งรุนแรง ขับถอยหลัง ขับออกด้านข้าง ขับขึ้นเขา ขับลงเขา ขับ ๆ หยุด ๆ ซึ่งจะเป็นวิธีที่ทำให้ผู้ขับเกิดความตื่นเต้น และเครื่องยนต์ ก็จะตอบสนองดีขึ้น หาก ท่านใช้วิธีขับแบบเดิม ทื่อ ๆ ไป ไม่มีความเร้าใจ เครื่องและรถก็อาจอยากได้คนขับใหม่ด้วยเช่นกัน อย่าได้คิดว่าเปลี่ยนรถจะง่ายกว่าฝ่ายเดียวนะ

5. สำหรับมือใหม่หัดขับนั้น หากได้รถยังไม่พ้น รัน-อิน ยิ่งควรทะนุถนอม เพราะการขับอย่างรุนแรง ตะกรุมตะกรามนั้น อาจทำให้เครื่องยนต์เกิดความเข็ด และไม่ให้ความร่วมมือในการเดินทางครั้งต่อไป เนื่องจากอาจเกิดภาวะความเสียหายของห้องเครื่องได้ง่าย ควรค่อยเป็นค่อยไป เมื่อใช้งานไปได้สัก ระยะหนึ่ง จึงควรเปลี่ยนแปลงวิธีการขับ เป็นขับโลดโผน เสี่ยงตาย ขับควงสว่าน ขับลงน้ำ ขับกลาง สายฝน ขับหงายท้อง ก็แล้วแต่จะดัดแปลง

6. สำหรับผู้ใช้รถเก่า เมื่ออายุการใช้งานนานพอสมควร หรืออายุเครื่องถึงสามสิบปี ควรนำเข้าศูนย์ เช็คช่วงล่าง และกันชนหน้าเสมอ เพราะอาจเกิดสภาวะการผุกร่อน หรือการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ขอให้นำเข้าตรวจสภาพเป็นประจำ เพื่อยืดอายุการใช้งาน รักรถต้องหมั่นตรวจ โปรดจำไว้..ส่วน การจะนำไปโอเว่อร์ฮอล หรือไม่นั้น แล้วแต่จะตกลงกัน ในความเป็นจริงผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญที่ใจ และฝีมือคนขับด้วย ไม่ใช่โทษแต่เครื่องยนต์อย่างเดียว

7. ระหว่างการขับขี่ ไม่ว่ารถมีอายุการใช้งานอย่างใด ข้อควรระวังก็คือ ห้ามบ่นอย่างเด็ดขาด ว่าเครื่องไม่ฟิตเหมือนเดิม หรือว่ากำลังแรงม้าลดลง ขับไม่ตื่นเต้น หรือชมว่าคันนู้น คันนี้ น่านั่งน่าขับ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตได้ หรืออย่างเบาะ ๆ อาจเสียทรัพย์สิน อุบัติเหตุในเรื่องดังกล่าว มี อัตราชายไทยเสียชีวิตสูงมาก สังเกตุได้จากหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์รายวัน

8. เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการขับขี่ : การใช้งานอย่างราบรื่นนั้น อาจต้องหมั่นเปลี่ยนบรรยากาศการขับ เปลี่ยนสถานที่ขับขี่ (อย่าเปลี่ยนคัน อันตรายมาก เตือนแล้ว!!) สำหรับท่านที่ใช้รถครอบครัว ให้ดูแลลูกเต้าให้หลับเป็นที่เป็นทางให้เรียบร้อย เพราะการขับขี่อาจหยุดชะงักลงได้ เนื่องจากเจอปัญหา เด็กข้ามตัดหน้า เด็กเปิดประตูระหว่างขับ ไม่ข้ามทางม้าลาย จนต้องอุทาน "ลูกใครหว่า?" เขิน เป็นที่สุด..อ้อ..ไม่ควรสูบบุหรี่ก่อน หรือระหว่างขับ เนื่องจากกลิ่นบุหรี่จะทำให้รถเกิดความสกปรก เครื่องยนต์ตอบสนองไม่ดี แปรงฟันเสียด้วย หากกินข้าวกินปลาเสร็จใหม่ ๆ พักสักแป๊บก็ดี เดี๋ยวจุกแย่ ผู้ขับมือใหม่ หากตื่นเต้น ระหว่างขับ ให้ชลอความเร็ว ลดรอบเครื่องยนต์ คิดเรื่องอื่น ๆ สูดหายใจยาว ๆ จะทำให้เกิดการผ่อนคลาย และเดินทางได้นานขึ้น

9. ความรู้ทางด้านช่างเบื้องต้น: ระวังรักษา ท่อไอดี และไอเสีย และท่อเติม น้ำมันให้ทำงานดีเสมอ การใช้งานอย่างสับสน ผิดท่อผิดทางนั้น อาจเกิดความตื่นเต้นในการขับขี่เป็นครั้งคราว แต่ทั้งนี้ อาจเกิดผลเสียแก่เครื่องยนต์ ในระยะยาว รักษาความสะอาด ทั้งหัวจ่ายน้ำมัน และท่อต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หมั่นตรวจ เครื่องยนต์และอื่น ๆ ชมได้ ห้ามติ โดยเฉพาะกันชนเล็กไป นุ่มไป เหลวไป หย่อนไป เครื่องหลวม เครื่องสั่น ไม่ฟิต เร่งไม่แรง แซงไม่พ้นโปรดพึงสังวร ว่าเกิดจากการใช้งานอย่างไม่ถูกวิธีของท่าน หาใช่เกิดจากผู้ผลิต

10. ความปลอดภัย และวินัยจราจร: เมาไม่ขับ เนื่องจาก หากเมามากเกินไป แม้มีความเชื่อว่า จะทำให้ขับได้นาน ทรหดก็ตาม แต่ก็จะสูญเสียทัศนวิศัย และความสามารถในการตอบสนองอื่น ๆ อาจเกิดการผิดที่ผิดทาง ลืมคาดเข็มขัดนิรภัย ขับผิดคัน ล้วนแต่เป็นเหตุแห่งความเสี่ยงต่อชีวิตทั้งสิ้น

หมายเหตุ: สำหรับท่านที่ได้จ่ายเงินดาวน์มาเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว ได้จัดพิธีฉลองต่าง ๆ ในการ ได้รถมาใช้หลายปี และได้จ่ายเงินสดแก่ผู้ผลิตแล้วก็ตาม หากยังมีข้อสงสัยว่าทำไมเงินผ่อนต่องวดของท่านยังคงไม่หมด และดูเหมือนจะสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ นั้น อย่าได้สงสัยเลย ก้มหน้าก้มตาทำงานไปเถิด อย่าคิดมาก..มันเป็นกรรมของสัตว์โลก..ให้คิดเสียว่า ได้รถคู่ใจ ขับขี่รู้ใจ คล่องแคล่ว เบื่อบ้าง เซ็งบ้าง ก็ให้คิดความดีหนหลัง ตอนที่เห็นรถในโชว์รูมใหม่ ๆ จำความตื่นเต้นในครั้งนั้นไว้ คิดถึงตอนได้มาเป็นเจ้าของ และโปรดจำไว้ ในสมัยปัจจุบันมีโปรโมชั่น ทดลองขับ ในรถรุ่นใหม่ ๆ ก็ตาม อย่าเผลอตัวไป..อันตราย..คันเก่าเอาตาย...เราเตือนท่านแล้ว หวังว่าท่านจะได้ใช้ความรู้ เพื่อความปลอดภัย ในการเดินทางอย่างตลอดรอดฝั่ง

...ด้วยความปรารถนาดี

แบบไหน แบบไหน

** เมียหลวง **
คือ ภรรยาที่เคยดีที่สุดในอดีต แต่กาลเวลาและสิ่งแวดล้อมทำลายความดีของเธอ
จนหมดสิ้นในระยะเวลาอันสั้น และทิ้งความโหดร้ายไว้ให้เธอต้องรับผลกรรม คือ
ความจุกจิก จู้จี้ ขี้บ่น แก่ง่าย ตายยาก พูดมาก กินจุ อ้วนเหมือนหมู ดุเหมือนเสือ

** เมียเก็บ **
คือ อาหารพิเศษ มีรสชาติแตกต่างจากอาหารธรรมดาทั่วไป เหมาะที่จะกินเป็นครั้ง
เป็นคราว เพื่อแก้เลี่ยน เป็นสินค้ายอดนิยมและมีราคาแพง เงื่อนไขเยอะ

** เมียน้อย **
คือ ผู้หญิงที่ดีที่สุด ที่ผู้ชายเพิ่งมาค้นพบภายหลัง

** เมียแต่ง **
คือ ผู้หญิงที่ทรงคุณค่าและคุณผู้ชายอยากจะประทับรอยรักสุดใจขาดดิ้น แต่ไม่
สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่านี้

** เมียเช่า **
คือ ผู้หญิงผิวคล้ำ ขี้ร้อน ใช้เสื้อผ้าน้อยชิ้น สูบบุหรี่กินเหล้าเป็นงานอดิเรก รสนิยม
สูง นิยมบริโภคของนอก มีปริมาณความรักขึ้นลงตามกระแสเงินสด

** เมียจ๋า **
คือ ผู้หญิงหน้าดุเหมือนเสือ ยืนชูไม้ต้นรักเหมือนเทพีสันติภาพ และมีสามีนั่งคุก
เข่าอยู่กับพื้น ประสานมือเหนือหน้าอกเหมือนไหว้เจ้า เพราะมีประวัติเพิ่งทำการ
ละเมิดข้อห้ามร้ายแรงของภรรยาบังเกิดเกล้า ลักษณะตัวสั่น น้ำลายไหลเล็กน้อย
พูดตะกุกตะกักว่า 'เมียจ๋า' ซึ่งเป็นคำพูดในความหมาย ขออภัย ไถ่โทษ

** เมียกู **
คือ ผู้หญิงสวย ขาว หุ่นเพรียวผอม อายุน้อย หน้าตาน่ารัก เพราะยังไม่มีการรวม
ตัวของไขมันและตีนกา พูดจาไพเราะอ่อนหวาน ผู้ชายที่พบเห็นจะเกิดอาการเขื่อน
กั้นน้ำลายพัง ทำให้เอ่อล้นออกมานอกปาก แสดงอาการหึงหวง กีดกันชายอื่นไม่
ให้เข้าใกล้ แสดงความเป็นเจ้าของ ทั้งที่บางครั้งยังไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง

** เมียบังเกิดเกล้า **
คือ ผู้หญิงที่น่าเบื่อที่สุดในโลก ความรู้น้อย บริหารงานไม่เป็น vision เป็นศูนย์
เผด็จการ ชอบใช้อำนาจในทางที่ผิด ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ใช้คำพูดหยาบคาย
บุคลิกภาพน่ารังเกียจ เป็นที่ชิงชังของเพื่อนบ้านและผู้ชายทั่วไป โดยเฉพาะสามี
จากคุณสมบัติที่น่าสยดสยองดังกล่าว ทำให้สามีเกลียด ขยะแขยง คลื่นไส้จนไม่
อยากพูดด้วย ไม่อยากโต้ตอบ ไม่อยากมีเรื่อง สามีที่มีภรรยาประเภทนี้ จึงใช้คำ
พูดอยู่สองคำ คือ 'ครับ' และ 'ใช่ครับ' และใช้สรรพนามเรียกภรรยาว่า 'แม่'มัก
อธิบายให้เพื่อนฟังว่า เรียกตามลูก แต่เพื่อนๆ ไม่แน่ใจว่าเรียกตามลูกหรือเรียก
ด้วยความเคารพยำเกรง เพื่อสวัสดิภาพของตัวเอง และที่สำคัญ ได้ลบคำว่า 'นอก
ใจ'ออกจากสมองและพจนานุกรมในบ้านเรียบร้อยแล้ว


เพิ่มเติม ความหมายของคำว่า เมีย (WIFE)

W = without = ปราศจาก
I = Information = แจ้งให้ทราบ
F = Fighting = ต่อสู้ (ทะเลาะ)
E = Every Day = ทุก ๆ วัน

รวมความก็คือ
Without Information Fighting Every day

แปลเป็นไทยก็คือ
หาเรื่อง ทะเลาะได้ ทุก ๆ วัน โดย ปราศจาก การ แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ความชอบ

Dogma present


เธอ ชอบสี ขาว --- เขา ชอบสี ดำ


เธอ ชอบตุ๊กตาหมี --- เขา ชอบรถถัง


เธอชอบนั่งดูตะวันขึ้นที่ชายทะเลใน ตอนเช้า


เขาชอบบรรยากาศของแสงไฟในเมือง ตอนกลางคืน


เธอชอบจักรยาน เพราะความช้าของมันทำ ให้เธอมีเวลาดูอะไรหลายๆ อย่างที่ผ่านไป


เขาชอบความเร็วของมอเตอร์ไซค์ เพราะมันทำให้เขาไปถึงที่หมายทัน เวลา


เธอนอนสี่ทุ่มตื่นตีสี่เพื่อใส่บาตร --- เขานอนตีสี่ตื่นสี่โมงเย็นเพราะกลับ ดึก


เธอได้ท๊อบเกือบทุกวิชา -- - เขาได้ 0 เกือบทุกวิชา


เธอถูกชมและรับรางวัลเด็กนักเรียนดีเด่น เป็นประจำ -- - เขาถูกด่าและมีชื่ออยู่ใน บัญชีดำของโรงเรียน




เธอไม่ชอบกีฬากลางแจ้ง --- เขาชอบเล่นบาสกับฟุตบอล


เธอขี้แย --- เขาเข้มแข็ง


เธอกลัวฟ้าร้อง --- เขาชอบฝนตก


เธอเกลียดความเหงา และไม่ชอบอยู่คนเดียว --- เขาเบื่อสังคม และชอบเก็บตัวในห้อง


เธอร้องไห้ในเรื่องที่เราไม่คิดว่ามันน่าเศร้า --- เขากลั้นน้ำตาใน เรื่องที่อยากฆ่าตัวตาย


เธอมองหน้าเขาแล้วเห็นผู้ชายที่แสนดีคนหนึ่ง --- เขามองหน้าเธอแล้วเห็นนางฟ้าที่ดีที่สุดในชีวิตเขา


เธอจับมือเขาไว้ในวันที่เขาท้อแท้ --- เขานั่งลงข้างๆเธอในวันที่เธอ ว้าเหว่


เธอเบื่อคำชื่นชมจอมปลอมและต้องการได้ยินเสียงเขาแม้จะเป็นการด่าก็ ตาม --- เขาอยากได้ยินคำชื่นชมจอมปลอมขอแค่มันมาจากปากเธอ


เธอจมปลักอยู่ในความทุกข์ในวันที่เขาหายไป --- เขาจมดิ่งลงในความ สุขในวันที่เธออยู่ข้างๆ


วันใดก็ตามที่เขาท้อแท้หรือยอมแพ้เธอจะโทรไปหาเขาพูดแต่คำว่า รักเธอนะ --- วันใดก็ตามที่เธอผิดหวังหรือเหงาเขาจะโทรไปหาเธอและจะเงียบอยู่อย่างนั้นจนกว่าเธอจะหยุดร้องไห้


วันใดก็ตามที่เขาได้รับชัยชนะเธอจะตรงเข้าไปหาแล้วกอดเขา --- วันใดก็ตามที่เธอได้รางวัลเขาจะตรงเข้าไปหายิ้มให้ชูนิ้วโป้ง แล้วพูดคำว่า ยินดีด้วย


วันเกิดเขาเธอหอมแก้มเขาฟอดหนึ่งแล้วพูดคำว่า ฉันรักเธอ --- วันเกิดเธอเขาโทรมาตอนเที่ยงคืนแล้วพูดคำว่า ฉันก็รักเธอนะ


เธอจับมือเขาเพื่อจะเตือนให้เขารู้ว่าเขาสำคัญสำหรับเธอมากแค่ไหน ---เขานั่งข้างๆเธอเพื่อให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้ อยู่คนเดียว


เธอจะร้องไห้และขอร้องให้คนที่ทำร้ายเขาหยุดการกระทำ --- เขาจะต่อยหน้าใครก็ตามที่ทำร้ายเธอ


เมื่อเขาโกรธเธอจะรอให้เขาหายโกรธแล้วโทรไปบอกว่า ขอโทษ นะ ---เมื่อเธอโกรธเขาจะดึงมือเธอไว้แล้วพูดคำว่า ฉันขอโทษ


เธอโทรไปหาเขาทุกวันเพื่อพูดคำว่า ฉันรักเธอ --- เขารอคอยโทรศัพท์เธอทั้งวันเพื่อรอฟังคำว่า ฉันรักเธอ


วันนี้ตอนเที่ยงคืนรักแท้ของคุณจะได้รู้ว่าเค้าชอบคุณ อะไรดีๆ บางสิ่งจะเกิดขึ้นกับคุณในวันพรุ่งนี้ตอนบ่ายโมง ถึงบ่ายสอง มันจะเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ ใน msn นอกโรงเรียน หรือ ที่ไหนก็ตาม เตรียมตัวรองรับไว้สำหรับอาการช็อกของ คุณ

ท่องจำ

สามีภรรยาคู่หนึ่งแต่งงานอยู่กินกันมาเป็นเวลา15 ปีเศษ ครองเรือนอย่างมีความสุข


พอย่างเข้าปีที่ 16 ฝ่ายภรรยาเริ่มมีปัญหา มักจะปวดหัวในช่วงกลางคืนทุกคืน

พอสามีสะกิดภรรยาจะบอกว่าไม่ไหวเรื่อยไป อยู่มาวันหนึ่งสามีนึกขึ้นได้ว่า

มีหมอจีนผู้เชี่ยวชาญจากเมืองจีน สามารถรักษาได้ สารพัดโรค

จึงพาภรรยาไปรับการรักษา



หมอจีน : อาการคุณเป็นอย่างไรเล่าให้หมอฟังซิ

คนไข้หญิง : พอถึงเวลากลางคืนจะปวดหัวทุกทีเลยค่ะ

หมอจีนก็แนะนำว่าวิธีแก้ง่ายนิดเดียว พอถึงเวลานั้นให้คุณคิดและท่องว่า

"ไม่ปวดหัว ไม่ปวดหัว ไม่ปวดหัว" แล้วคุณก็ไม่ปวดหัว



พอกลับถึงบ้าน ภรรยาก็ปฏิบัติตามที่หมอจีนแนะนำ ก็ทำให้หายจาก

อาการปวดหัว และสามีภรรยาคู่นี้ก็อยู่อย่างมีความสุข



หลังจากนั้นประมาณ 4 เดือนปรากฏว่าสามีเริ่มมีปัญหา

เพราะนกเขาไม่ขัน ภรรยานึกขึ้นได้ว่าหมอจีนยังไม่กลับจึงชวนสามีไปเพื่อ

รับการรักษา หมอจีนได้ถามอาการพร้อมให้คำแนะนำแก่คนไข้ชายผู้นั้น


เมื่อได้รับคำแนะนำที่ชัดเจนแล้ว สองสามีภรรยาก็กลับบ้าน ฝ่ายสามีก็ปฏิบัติ

ตามคำแนะนำของคุณหมอ ปัญหาดังกล่าวก็หมดไป แต่ภรรยาสังเกตว่าสามี

มีเงื่อนไขอยู่นิดเดียวคือ ก่อนสามีจะนอนกับภรรยาจะต้องขอเข้าห้องน้ำ

ก่อนทุกครั้ง ประมาณ 2 นาที ฝ่ายภรรยาก็สงสัยแต่ไม่กล้าถามแต่อยากจะรู้


วันหนึ่งจึงแอบดูจากช่องบานเกร็ดห้องน้ำเห็นสามีกำลังยืนหน้ากระจกสั่นหัวไป

แล้วท่องว่า " ไม่ใช่เมียกู ไม่ใช่เมียกู ไม่ใช่เมียกู"

กฎหมายใหม่ กระทรวงยุติธรรม

กฎหมายใหม่ กระทรวงยุติธรรม


เพื่อเป็น ประโยชน์ครับ อยากให้รู้กันมากๆ...

กฎหมายใหม่ของกระทรวงยุติธรรม คุ้มครองประชาชน

ผู้หญิงโดนข่ม ขืน แจ้งความ ใบรับรองแพทย์ แจ้งว่าโดนข่ม ขืน รับเงิน 30,000 บาท

ถูกทำร้ายร่าง กาย แจ้งรับเงิน 30,000-70,000 บาท

เป็นพลเมืองดี แต่ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ แจ้งรับเงิน 100,000 บาท

อายุการแจ้งความไม่ เกิน 1 ปี ดำเนินการอย่างช้า 4 เดือน

โทรสอบถามได้ที่กระทรวง ยุติธรรม หรือโทร 1133

25 วิธี เทคแคร์ความรัก

25 วิธี เทคแคร์ความรัก
ความรักทำให้ชีวิตมีความสุข แต่ต้องดูแลเทคแคร์อย่างไรละ ความรักถึงจะไม่จากไป
1. อย่าเขินที่จะบอกรัก
2. จดจำรายละเอียดของเขาหรือเธอ เช่น ชอบทานอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน กิจกรรมสุดโปรด คือ   อะไร แล้วหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้เธอหรือเขา เสมอ ๆ
3. โรแมนติกให้ถูกที่ ถูกเวลา เรื่องโรแมนซ์ ใครจะไม่ชอบ แต่บางทีก็ต้องถูกกาลเทศะด้วย ถ้าขืนกระโดดหอมแก้มแฟนกลางสยาม ใครล่ะจะไม่โกรธ!!! ลองหาสถานที่เหมาะ ๆ ดีกว่ามั้ย
4. ให้เกียรติกันและกันเสมอ
5. อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความรัก นึกถึงเรื่องดี ๆ ที่เขาเคยทำให้เรา แล้วจะช่วยให้ความโกรธหรืออารมณ์ชั่ววูบเบาบางลง
6. เมื่อมีปัญหาควรใช้เหตุผลในการพูดคุย ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนสองคนต้องมีเรื่องขัดแย้ง แต่ถ้าทั้งคู่พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหากัน ปัญหาทั้งหลายจะกลายเป็นเรื่องขี้ผง
7. ปล่อยให้ อีกฝ่าย มีเวลาเป็นของตัวเอง การเกาะติดแจมีแต่จะทำให้ความรักจืดจางได้ง่าย ปล่อยให้เขาไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง หรือพยายามให้ตัวเองมีโลกส่วนตัวบ้างจะได้ไม่อึดอัด
8. พูดกันตรง ๆ แต่เลือกใช้คำที่ไม่ทำร้ายจิตใจ
9. มีขอบเขตในการปรับตัว แน่นอนที่ทั้งเราและเขาต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน แต่ก็ควรมีลิมิตด้วย ไม่ใช่ยอมเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบที่เขาต้องการทุกอย่าง จนไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นได้นานหรอก
10. ห้ามโกหก ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะไม่สามารถเชื่อใจกันได้อีก
11. อย่าคาดคั้นหาคำตอบหากอีกฝ่ายยังไม่พร้อม บางครั้งการที่เราดึงดันจะรู้ให้ได้เดี๋ยวนั้นเลยว่าทำไม่? เพราะอะไร ? จะเอายังไง? เป็นการกดดันอีกฝ่ายอย่างไม่มีประโยชน์ หากเราและเขาอยู่ในสถานการณ์ ตึงเครียด ลองถอยออกมา 1 ก้าว ทำใจให้สงบ รอจนกว่าเขาพร้อม แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่ก็ยังไม่สาย
12. ดูแลตัวเองให้เก๋กู๊ดอยู่เสมอ เขาจะได้ไม่มองคนอื่นไง
13. ไม่ควรคาดหวังกับความรัก บอกแล้วว่าความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกของคนสองคนล้วน ๆ จึงเอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่าคาดหวังว่าเขาจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ จะทำนั่นทำนี้ให้เรา เพราะถ้าผิดหวังจะเสียใจทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า
14. ห้ามหลุดคำหยาบ ต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหนก็ไม่ควรด่าทอกันเสีย ๆ หาย ๆ มีแต่จะทำให้เข้าหน้ากันไม่ติด
15. ซื่อสัตย์และไว้ใจกัน สองอย่างนี้จะทำให้คุณสองคน เป็นคู่ที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก
16. หาสิ่งของที่ต้องดูแลร่วมกัน เช่น สัตว์เลี้ยง หรือ ต้นไม้ หรือกิจการเล็กๆ น่ารัก ๆ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างคนสองคน
17. ให้โอกาสอีกฝ่ายในการแก้ไขข้อผิดพลาด ทีคนอื่นเรายังให้อภัยเขาได้ และกับคนที่เรารัก เรายิ่งต้องให้อภัยและให้โอกาสเขา แต่ควรระวัง ไม่ว่าใครก็ตาม เราไม่ควรให้โอกาสเขาเกิน 3 ครั้ง
18. อย่าอายที่จะขอโทษ
19. หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำร่วมกันบ้าง เช่น ชวนกันเล่นแบดมินตัน ไปดูงานศิลปะ ด้วยกันบ่อย ๆ นอกจากความรักจะสดใสแล้ว เรายังได้เจออะไรใหม่ ๆ ในชีวิตอีกด้วย
20. นึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ อย่ามัวแต่คิดว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา [http://board.postmunlife.com/Smileys/default/huh.gif] มันไม่มีประโยชน์แถมยังทำให้เราขี้น้อยใจอย่างไม่มีเหตุผล
21. รู้สึกดีกับสังคมของเรา ทั้งพ่อแม่และพี่น้อง เพื่อน และคนรักเก่า รู้หรอกน่าว่ามันทำใจยาก (โดยเฉพาะรายหลังสุด) แต่ถ้าทำได้ มันจะยกระดับจิตใจของคุณให้สูงส่ง ทำให้คุณภูมิใจในตัวเอง และเขาก็จะ รักคุณเพิ่มขึ้นมาก ๆๆ
22. อย่าปิดกั้นโอกาส ลองเปิดตัวเองให้รู้จักคนใหม่ ๆ ไม่ได้แนะนำให้หลายใจนะจ๊ะ แต่การได้รู้จักคนเยอะ ๆ จะทำให้เรารู้ค่าคนใกล้ตัวและรู้ใจตัวเองมากขึ้น
23. รู้จักที่จะใช้ภาษากาย ไม่ใช่ภาษาใบ้นะจ๊ะ แต่เป็นการสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย เช่น จับมือ ลูบหลัง ใคร ๆ ก็บอกว่ามันสามารถสื่อความในใจของเราได้ดีกว่าคำพูดหลายเท่าเชียว
24. คิดถึงอนาคต แต่อย่าพูดบ่อย เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราผูกมัดแล้ว พาลหงุดหงิดใส่เพียงแค่รู้ว่าเราต่อไปเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน แล้วพูดถึงมันในจังหวะเหมาะ ๆ แค่ครั้งเดียวก็พอ เพื่อทำให้เขารู้ว่าตัวคุณก็มี Plan ชีวิตเขาจะมาเล่น ๆ ไม่ได้
25. รักตัวเองให้มาก ๆ เพราะถ้าคุณไม่รักตัวคุณเองแล้วคุณจะไปรักใครที่ไหนได้เล่า

บทสนทนาของชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็นแฟนกัน

คำว่า'ไม่'ในทางกลับกัน!!!!!!!
บทสนทนาของชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็นแฟนกัน

ญ. :: คุณเคยคิดถึงฉันบ้างไหม?

ช. :: ไม่เคย


ญ. :: คุณชอบฉันไหม?

ช. :: ไม่

ญ. :: คุณอยากได้ฉันไหม?

ช. :: ไม่

ญ. :: คุณจะร้องไห้ไหม ถ้าฉันจากไป?

ช. :: ไม่

ญ. :: คุณจะอยู่เพื่อฉันไหม?

ช. :: ไม่

ญ. :: คุณจะทำอะไรสักให้ฉันได้ไหม?

ช. :: ไม่ได้

ญ. :: คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง \'ชีวิตคุณ\' กับ \'ชีวิตฉัน\'?

ช. :: ชีวิตฉัน

หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก
เธอหันหลังวิ่งหนีจากชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเธอ
แต่เขาก็วิ่งตามเธอไป พร้อมทั้งตะโกนว่า.... .

\'
เหตุผลที่ฉันไม่เคยคิดถึงเธอ เพราะว่าเธออยู่ในความคิดฉันเสมอ

เหตุผลที่ฉันไม่ชอบเธอ เพราะฉันรักเธอ

เหตุผลที่ฉันไม่อยากได้เธอ เพราะฉันต้องการ และจำเป็นต้องมีเธอ

เหตูผลที่ฉันไม่ร้องไห้ ถ้าเธอจากไป เพราะฉันคงจะตายทั้งเป็น ถ้าไม่มีเธอ

เหตุผลที่ฉันไม่อยู่เพื่อเธอ เพราะฉันจะตายเพื่อเธอ

เหตุผลที่ฉันทำอะไรให้เธอสักอย่างไม่ได้ เพราะฉันยินดี
และเต็มใจทำให้เธอทุกอย่าง

และเหตุผลที่ฉันเลือกชีวิตฉัน เพราะ เธอคือชีวิตฉัน \'